ผักเติมเต็มคุณค่าสมดุลร่างกาย

Last updated: Jan 30, 2018  |  1177 จำนวนผู้เข้าชม  |  Good to Know

ผักเติมเต็มคุณค่าสมดุลร่างกาย

คุณเป็นคนหนึ่งในบรรดาคนจำนวนมากที่ปฏิเสธการกินผักด้วยข้อแก้ตัวเหล่านี้หรือไม่ ไม่ชอบกินผัก กลัวยาฆ่าแมลง ผักไม่อร่อยเท่าเนื้อสัตว์

ชีวิตที่เร่งรีบทำให้หันไปผูกขาดกับอาหารที่เพิ่มความสะดวกสบาย หรืออาหารที่ส่งตรงถึงบ้านที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมันสูงมักแต่มีผักผลไม้น้อยมาก

คุณซื้อผักผลไม้สดเต็มตู้เย็นแต่ไม่มีเวลาทำอาหารหรือแม้กระทั่งนำมาล้างทานสดๆ  ทำให้เน่าทิ้งในตู้เย็น  หรือไม่ก็ทิ้งไว้นานจนสูญเสียวิตามิน

หากคำตอบว่าใช่เพียงแค่ 1 ข้อ คุณกำลังเชิญชวนฆาตกรเงียบให้มาเยือนคุณ นอกจากจะจะทำให้แก่เร็วแล้ว คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังมากมายที่ผักสามารถป้องกันได้ เช่นโรคมะเร็ง หลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน เป็นต้น โรคเหล่านั้นใช้เวลาแอบแฝงอยู่กับคุณโดยไม่รู้ตัวเป็นเวลานานมาก 5-10 ปีขึ้นไปกว่าจะรู้ตัว และเมื่อเป็นแล้ว คุณจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับโรคร้ายเหล่านั้นไปตลอดชีวิตหากไม่รีบป้องกันเสียก่อน จริงๆแล้วโรคเหล่านั้นสามรถป้องกันได้ ผักหลากหลายชนิดให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมหาศาลเพราะอุดมไปด้วยสารต้านแก่ต้านโรค  ระหว่างผักและผลไม้ นักวิจัยให้น้ำหนักกับการที่จะต้องกินผักมากกว่าผลไม้ในมื้ออาหารเพียงแต่เรารับประทานผักผลไม้ทุกวันอย่างน้อยวันละ ๕ ส่วน (๕ อุ้งมือ) แต่ถ้าได้ถึง 8-10 ส่วนก็ยิ่งดี โดยที่เป็นส่วนของผัก วันละ 3-6 ส่วน คุณก็จะได้ยาวิเศษจากธรรมชาติในการดูแลและปกป้องคุณจากโรคร้ายเหล่านั้น และยังช่วยชลอวัยอีกด้วย ผักผลไม้เป็นสิ่งคู่กันและแต่ละชนิดมีความเด่นของสารอาหารเฉพาะตัวซึ่งควรจะทานคู่กันไปให้ได้ประโยชน์สูงสุดเพื่อเติมเต็มคุณค่าสมดุลร่างกาย

ผักนั้นสำคัญไฉนต่อชีวิตคนเรา

ผักมีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ  ของเสียและสารพิษไม่หมักหมมในร่างกาย ซึ่งเป็นการดีท็อกร่างกายไปในตัว ส่งผลให้ผิวพรรณสดใสและรูปร่างดี แต่ใยอาหารจะทำงานได้ดีต้องมีน้ำเพียงพอ ฉนั้นเมื่อรับประทานผักมากขึ้น ก็อย่าลืมดื่มน้ำมากขึ้นด้วย

ผักเป็นขุมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ช่วยให้สุขภาพดีและมีพละกำลัง ผักเป็นแหล่งวิตามินที่ร่างกายไม่สามารสร้างเองได้ วิตามินหลายๆชนิดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูงมากหรือที่รู้จักกันในชื่อสารต้านแก่ต้านโรค เช่น วิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน สารฟลาโวนอยด์ ซีลีเนียม อนุมูลอิสระเป็นขยะที่เป็นพิษต่อร่างกาย ขยะเหล่านั้นเกิดเป็นผลพวงที่เกิดจากการทำงานในร่างกายในชีวิตประจำวัน ร่างกายมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้นเองที่จะสงบฤทธิ์อนุมูลอิสระแต่ก็ไม่พอ จำเป็นต้องได้จากผักและผลไม้มาเพิ่มเติมเป็นกองทัพใหญ่ตีข้าศึกให้พ่ายไป แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระในผัก

เบต้าแคโรทีน ร่างกายสร้างวิตามินเอ บำรุงสายตา ผิวพรรณ มีมากในผักผลไม้สีส้ม สีเหลือง รวมทั้งสีเขียวจัด เช่นแครอท มะเขือเทศ ฟักทอง คะน้า ผักบุ้ง ผักตำลึง ข้าวโพดเหลือง มะม่วงสุก มะละกอสุก

วิตามินซี มีมากในมะเขือเทศ พริกหวาน บร็อคคอรี ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ผักโขม ถั่วงอก ส้ม กีวี ฝรั่ง สตรอเบอรี เป็นต้น

วิตามินอี บำรุง ผิวพรรณ ระบบประสาท เพิ่มภูมิต้านทาน มีมากในพริก ผักในเขียวจัด บรรดานัททั้งหลาย และน้ำมันพืช

วิตามินบี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส บำรุงประสาท โดยเฉพาะโฟเลท (กรดโฟลิก) จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด ดีเอ็นเอ และการทำงานของสมองมีมากในผักใบเขียวจัดเช่น คะน้า ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์มากในการป้องกันโรคเรื้อรัง ชลอวัย เพิ่มภูมิต้านทาน ผักส่วนใหญ่มีสารฟลาโวนอยด์มากโดยเฉพาะผักสีเขียว สีแดง และสีม่วง เช่น มะเขือเทศมะเขือม่วง พริกหวาน

ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันมะเร็ง ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และชะลอวัย มีมากในอาหารทะเล ส่วนในพืชจะมีมากในเมล็ดธัญพืช เห็ด หัวหอม ถั่วเปลือกแข็งประเภทนัท และเมล็ดดอกทานตะวัน

ผักมีพลังงานต่ำที่สุดในบรรดาอาหารทุกหมู่ ช่วยป้องกันโรคอ้วน งานวิจัยมากมายพบว่าการบริโภคผักสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เมื่อกินแทนอาหารที่มีแคลอรี (พลังงาน)สูง เช่นอาหารที่เต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีไขมันมาก ขนมหวาน เค็ก คุกกี้ จะช่วยลดพลังงานอาหารให้ต่ำลงแต่กลับเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้นทำให้อิ่มง่ายเพราะผักมีปริมาณน้ำและใยอาหารมาก

ผักผลไม้ช่วยเพิ่มความหลากหลาย สีสันและรสชาติทำให้อาหารน่ากินขึ้นและไม่จำเจ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่การที่จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากผักจะต้องเลือกกินให้หลากหลายสีและให้ได้ปริมาณเพียงพอ ในมื้ออาหารแต่ละมื้อควรจะให้มีปริมาณผักประมาณ 40% และควรรับประทานสม่ำเสมอทุกวัน

งานวิจัยมากมายยืนยันประโยชน์ของผัก รีบทำใจให้รักผัก หาวิธีรับประทานผักให้มากขึ้นเพื่อเติมเต็มคุณค่าสมดุลร่างกาย โรคร้ายเรื้อรังจะไม่มากล้ำกลาย

 

เขียนโดย: ดร. ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา)

 

 

Powered by MakeWebEasy.com